Investment

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ฉบับชาวออฟฟิศ ลางานคุ้ม งบไม่บานปลาย

บทความนี้จะพาคุณไปค้นพบช่วงเวลา Shoulder Season หรือช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่จะทำให้วันลาของคุณคุ้มค่าทุกนาที

Article Mobile Cover

สำหรับมนุษย์เงินเดือนและชาวออฟฟิศทุกคน “วันลาพักร้อน” เปรียบเสมือนทรัพยากรที่มีค่าดั่งทองคำ การตัดสินใจใช้วันลาแต่ละครั้งจึงต้องผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างประเทศญี่ปุ่น ที่ใครๆ ก็อยากไปสัมผัส แต่ปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญคือการ “ไปเที่ยวญี่ปุ่น” ในช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยคลื่นมหาชน ราคาตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ และราคาที่พักที่แพงเกินความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้อาจเปลี่ยนทริปในฝันให้กลายเป็นทริปที่เหนื่อยล้ายิ่งกว่าการทำงาน หากเป้าหมายของคุณคือการหนีจากความวุ่นวายในออฟฟิศไป “ชาร์จแบต” ให้เต็มอิ่มจริงๆ การตั้งคำถามว่า “ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดี” เพื่อให้สมดุลระหว่างความประทับใจและความคุ้มค่านั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปค้นพบช่วงเวลา Shoulder Season หรือช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่จะทำให้วันลาของคุณคุ้มค่าทุกนาที

เดือนต้องห้าม ที่ชาวออฟฟิศควรเลี่ยงหากอยากพักผ่อนจริงจัง

ก่อนจะไปดูว่าควรไปเดือนไหน เราต้องทำความเข้าใจกับ ฤดูกาลท่องเที่ยวญี่ปุ่นเสียก่อน แม้ว่าจะเป็นที่นิยม แต่สำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องการความคุ้มค่าและความสงบ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ช่วงเวลาแรกที่ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงคือช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงพีคของดอกซากุระบานและตรงกับช่วงปิดเทอม แม้บรรยากาศจะสวยงามราวกับภาพวาด แต่คุณต้องแลกมาด้วยค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นเกือบสองเท่า ราคาที่พักที่พุ่งสูงลิ่ว และที่สำคัญคือต้องแย่งชิงทรัพยากรกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ความเครียดจากการวางแผนและการเดินทางในช่วงนี้อาจทำให้คุณรู้สึกไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ตั้งใจไว้

อีกช่วงเวลาหนึ่งที่ควรระวังคือ Golden Week หรือช่วงสัปดาห์ทองประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาวของคนญี่ปุ่นเอง ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แน่นขนัดไปด้วยคนท้องถิ่น ร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังอาจมีคิวที่ยาวเหยียดจนน่าท้อใจ รวมถึงการจองตั๋วรถไฟข้ามเมืองที่ยากลำบาก นอกจากนี้ เดือนสิงหาคมก็เป็นอีกช่วงที่อาจไม่ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศไทยเท่าไรนัก เพราะนอกจากจะตรงกับเทศกาลโอบง (Obon) ที่คนญี่ปุ่นเดินทางกลับบ้านเกิดทำให้การจราจรหนาแน่นแล้ว สภาพอากาศยังร้อนชื้นจัดคล้ายกับเมืองไทย ทำให้การเดินเที่ยวชมเมืองเป็นเรื่องที่เหนื่อยและเพลียแดดได้ง่าย การหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณและลดความหงุดหงิดจากการเดินทางได้มหาศาล

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี วันลามีจำกัด

เดือนไหน ที่ควรค่าแก่การลางานไปเที่ยวญี่ปุ่น

คำตอบของคำถามที่ว่า “เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี” เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุดนั้น มักจะตกอยู่ที่ช่วง “Shoulder Season” ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เดือนที่แนะนำเป็นอันดับแรกคือ “ปลายเดือนพฤษภาคม” หลังจากจบช่วง Golden Week ไปแล้ว ช่วงเวลานี้ถือเป็นนาทีทองอย่างแท้จริง เพราะราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักจะดิ่งลงสู่ระดับปกติหรือถูกกว่าปกติ ในขณะที่สภาพอากาศยังคงเย็นสบายกำลังดี เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเต็มตัว ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี และคุณยังมีโอกาสได้ชมดอกไม้อื่นๆ ที่สวยงามไม่แพ้ซากุระ เช่น ดอกวิสทีเรีย หรือเตรียมชมดอกไฮเดรนเยีย (Ajisai) ที่กำลังจะบาน การได้เดินเล่นในเมืองที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน จะช่วยให้คุณซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ถือเป็นเดือนทองคำคือ “เดือนพฤศจิกายน” โดยเฉพาะในช่วงต้นถึงกลางเดือน นี่คือสวรรค์สำหรับคนที่รักอากาศเย็นสดชื่นและบรรยากาศโรแมนติก ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุด โดยแนะนำให้วางแผนเดินทางในช่วงต้นเดือนหากไปภูมิภาคทางเหนือ หรือช่วงปลายเดือนหากไปแถบคันไซหรือโตเกียว เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงพีคสุดสัปดาห์ การไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้คุณจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา อากาศที่เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่เหงื่อออก และแสงแดดอ่อนๆ ที่ถ่ายรูปออกมาสวยที่สุด ถือเป็นการใช้วันลาพักร้อนที่คุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปอย่างแน่นอน

เที่ยวญี่ปุ่นแบบ Save Cost ควรไปช่วงไหน?

หากโจทย์หลักของคุณคืองบประมาณที่จำกัดที่สุด และไม่หวั่นไหวกับสภาพอากาศที่ท้าทาย ยังมีอีกสองช่วงเวลาที่เป็นตัวเลือกน่าสนใจ เดือนแรกคือ “เดือนมกราคม” (หลังช่วงปีใหม่ไปแล้ว) ซึ่งถือเป็นช่วงที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกที่สุดในรอบปี สายการบินและโรงแรมมักจัดโปรโมชั่นลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ข้อควรระวังคืออากาศที่หนาวจัดและอาจมีหิมะตกในหลายพื้นที่ แต่หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ หรือรักกิจกรรมอย่างสกีและสโนว์บอร์ด เดือนนี้คือเดือนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ

อีกทางเลือกหนึ่งคือ “เดือนมิถุนายน” ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่หน้าฝน (Tsuyu) ของญี่ปุ่น ราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักในช่วงนี้จะน่ารักน่าคบหา และจำนวนนักท่องเที่ยวก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะต้องเผชิญกับฝนที่อาจตกปรอยๆ เกือบทุกวัน แต่หากคุณเป็นสายเที่ยวแบบเน้นกิจกรรมในร่ม (Indoor) เช่น การเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ นั่งจิบกาแฟในคาเฟ่เก๋ๆ หรือช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ การมาเที่ยวช่วงนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์และประหยัดงบได้มาก เพียงแต่ต้องมีการวางแผนสำรองไว้เสมอหากสภาพอากาศไม่เป็นใจ

เที่ยวภูเขาไฟฟูจิ

คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้าอยากไปดู “ซากุระ” จริงๆ แต่ไม่อยากลางานชนช่วงพีค ทำอย่างไรได้บ้าง?

A: แนะนำให้ “ขยับ” พื้นที่ครับ แทนที่จะไปโตเกียวหรือโอซาก้าช่วงปลาย มี.ค. ให้ลองไป “ต้น มี.ค.” ที่เมือง Kawazu (ใกล้โตเกียว) เพื่อดูซากุระพันธุ์ที่บานเร็ว หรือ ลางานไป “ปลาย เม.ย.” แล้วขึ้นไปภูมิภาค Tohoku (เช่น เซ็นได) ซึ่งซากุระจะบานช้ากว่า ทำให้ไม่ชนกับคนส่วนใหญ่ครับ

Q: การลางานช่วง Low Season (เช่น มิ.ย. หรือ ม.ค.) จะทำให้ทริปไม่สนุกหรือไม่?

A: ไม่จริงครับ แต่ต้อง “ปรับ” แผนการเที่ยว เช่น เดือน มิ.ย. (หน้าฝน) เหมาะมากกับการตระเวนคาเฟ่, เดินช้อปปิ้งในร่ม, หรือเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ส่วนเดือน ม.ค. (หน้าหนาว) คือสวรรค์ของคนรักออนเซ็น, สกี, หรือการเดินดูไฟประดับฤดูหนาวที่ยังเหลืออยู่ครับ

Q: “Shoulder Season” ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณเท่าไหร่ เทียบกับช่วงพีค?

A: แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญครับ เฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก ชาวออฟฟิศสามารถประหยัดงบได้ถึง 30% – 50% เมื่อเทียบกับช่วงพีคสุดอย่างสงกรานต์หรือ Golden Week ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถนำงบที่เหลือไปทานอาหารดีๆ หรือช้อปปิ้งได้มากขึ้นครับ

สรุป

การเลือกช่วงเวลาเดินทางที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงินหรือเลี่ยงคนเยอะเท่านั้น แต่คำตอบของ “เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี” ยังนำพาคุณไปพบกับมุมมองใหม่ๆ ของประเทศนี้ การเดินทางในช่วง Shoulder Season จะเปิดโอกาสให้คุณได้เห็น “วิถีชีวิตจริง” ของคนญี่ปุ่นในวันที่ไม่ใช่เทศกาล คุณจะได้เห็นบรรยากาศการทำงาน การเดินทาง และการใช้ชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจุดประกายความคิดบางอย่างให้กับชาวออฟฟิศอย่างเรา

Shinyu Japan เราคือที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าคุณจะต้องการซื้อ เช่า ฝากขาย หรือบริหารจัดการทรัพย์สิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน สนใจซื้อบ้านหรือคอนโดที่ญี่ปุ่น ติดต่อเราได้ทาง 02-4740271 หรือที่ LINE Official @shinyujapan 

ติดตามข่าวสารแวดวงอสังหาฯในญี่ปุ่น ได้ทาง shinyujapan.com และทางเฟซบุ๊ก อสังหาฯ ญี่ปุ่น by Shinyu