Investment

ซื้อคอนโดที่ญี่ปุ่น ควรอยู่ใกล้สถานีรถไฟ หรือใกล้ที่ทำงาน

บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์เจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณสามารถเลือก "คอนโด ญี่ปุ่น" ที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

Article Mobile Cover

หนึ่งในคำถามโลกแตกสำหรับคนทำงานที่กำลังวางแผนจะเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในแดนปลาดิบคือ การต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยทำเล “ใกล้สถานีรถไฟ” หรือการซื้อเวลาคืนมาด้วยทำเล “ใกล้ที่ทำงาน” การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้มีผลเพียงแค่ตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน สุขภาพจิต และมูลค่าทรัพย์สินในอนาคต การชั่งน้ำหนักระหว่างความคุ้มค่าด้านการลงทุนกับคุณภาพชีวิตจึงเป็นโจทย์ที่ละเอียดอ่อนและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์เจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณสามารถเลือก “คอนโด ญี่ปุ่น” ที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

ใกล้สถานี (Eki-Chika)

เมื่อพูดถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น กฎเหล็กข้อแรกที่ทุกคนท่องจำได้ขึ้นใจคือ “ระยะทางจากสถานีคือกุญแจสำคัญ” คอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “เอคิ-จิกะ” (Eki-Chika) โดยเฉพาะในระยะเดินไม่เกิน 5-7 นาที ถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและมีความต้องการในตลาดตลอดเวลา ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของการเลือก “ซื้อคอนโดที่ญี่ปุ่น” ในทำเลนี้คือความสะดวกสบายในการเดินทางไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการไปย่านช้อปปิ้งในวันหยุด หรือการเดินทางไปสนามบิน ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากกว่าแค่เรื่องงาน นอกจากนี้ ในแง่ของการลงทุน คอนโดใกล้สถานีมีสภาพคล่องสูงมาก หากวันหนึ่งคุณต้องการขายต่อหรือปล่อยเช่า ทำเลที่ใกล้สถานีจะเป็นตัวดึงดูดผู้เช่าที่ดีที่สุด เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพารถไฟเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ความสะดวกสบายที่แลกมาด้วยทำเลทองย่อมหมายถึงราคาต่อตารางเมตรที่สูงลิ่ว คุณอาจจะได้ห้องที่มีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับงบประมาณเดียวกันในทำเลที่ไกลออกไป อีกทั้งทำเลหน้าสถานีมักจะมีความพลุกพล่าน เสียงดัง และอาจขาดความเป็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบในการพักผ่อนอย่างแท้จริง แต่หากคุณมองว่าอสังหาริมทรัพย์คือการลงทุนที่ต้องเติบโต การกัดฟันจ่ายเพื่อทำเลใกล้สถานีถือเป็นการการันตีมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวที่ปลอดภัยที่สุด

คอนโดที่ญี่ปุ่น

ใกล้ที่ทำงาน (Shoku-Juu Kinsetsu): การลงทุนในเวลาและคุณภาพชีวิต

ในทางตรงกันข้าม แนวคิด “โชคุ-จู คินเซ็ตสึ” (Shoku-Juu Kinsetsu) หรือการอยู่อาศัยใกล้สถานที่ทำงาน กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance ลองจินตนาการดูว่าหากคุณสามารถลดเวลาการเดินทางจากวันละ 2 ชั่วโมง เหลือเพียงการเดินชิลล์ๆ 15 นาที คุณจะได้เวลาคืนมามากแค่ไหนในหนึ่งปี การเลือก “คอนโด ญี่ปุ่น” ที่ใกล้ออฟฟิศช่วยขจัดความเครียดจากการเบียดเสียดบน “รถไฟนรก” ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมหาศาล นอกจากนี้ หลายบริษัทยังมีสวัสดิการช่วยค่าเช่าบ้านหากพักอาศัยในระยะที่กำหนด ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

แต่ความเสี่ยงสำคัญของการเลือกที่พักโดยยึด “ที่ทำงาน” เป็นศูนย์กลาง คือความไม่แน่นอนของหน้าที่การงาน หากในอนาคตคุณมีการเปลี่ยนงาน ย้ายบริษัท หรือออฟฟิศมีการย้ายสำนักงาน ข้อได้เปรียบเรื่องทำเลที่คุณเคยมีอาจกลายเป็นศูนย์ทันที การเดินทางไปยังที่ทำงานใหม่อาจลำบากกว่าเดิม และเมื่อต้องการขายคอนโด ทำเลที่ไม่ได้ติดสถานีรถไฟอาจทำให้ขายออกได้ยากกว่าหรือราคาไม่ขยับสูงขึ้นเท่าที่ควร ดังนั้น การเลือกทำเลนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความมั่นคงในหน้าที่การงานสูง หรือเป็นทำเลใกล้ออฟฟิศที่ยังคงเดินทางเข้าถึงสถานีรถไฟได้สะดวกในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ทำเลที่ตัดขาดจากระบบขนส่งสาธารณะจนเกินไป

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1: หากต้องการปล่อยเช่าในอนาคต ระหว่างใกล้สถานีกับใกล้ออฟฟิศ แบบไหนหาผู้เช่าง่ายกว่า? 

ทำเล “ใกล้สถานีรถไฟ” มีโอกาสหาผู้เช่าได้ง่ายกว่าและกว้างกว่ามาก เพราะผู้เช่าไม่ได้จำกัดแค่คนที่ทำงานในย่านนั้น แต่รวมถึงคนที่ทำงานในสถานีถัดไปหรือตามแนวรถไฟสายนั้นๆ ในขณะที่ทำเลใกล้ออฟฟิศจะจำกัดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะคนที่ทำงานในระแวกนั้นเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตลาดที่แคบกว่า

Q2: ระยะห่างจากสถานีรถไฟเท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่า “ใกล้” และน่าลงทุนในญี่ปุ่น? 

โดยทั่วไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น ระยะเดินเท้าไม่เกิน 5-7 นาทีจากสถานีถือว่าเป็นระยะ Prime Area ที่น่าลงทุนที่สุด หากเกิน 10 นาที มูลค่าทรัพย์สินและการประเมินราคาอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และหากเกิน 15 นาที มักจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องใช้รถบัสหรือจักรยานเสริม ซึ่งความนิยมจะน้อยลง

Q3: ถ้าเลือกซื้อคอนโดใกล้ออฟฟิศ ควรพิจารณาอะไรเป็นพิเศษเพื่อลดความเสี่ยง? 

ควรเลือกคอนโดใกล้ออฟฟิศที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) หรือย่านที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงอยู่แล้ว (เช่น ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง หรือสวนสาธารณะ) ไม่ควรเลือกทำเลที่อยู่โดดเดี่ยวหรือมีแค่ออฟฟิศคุณตั้งอยู่ เพราะหากคุณย้ายงาน คอนโดในย่าน CBD ยังคงมีมูลค่าและขายต่อได้ง่ายเนื่องจากเป็นทำเลไข่แดงของเมือง

คอนโดที่ญี่ปุ่น

สรุป

การเลือก “ซื้อคอนโดที่ญี่ปุ่น” ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เพราะขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ราคากับสิ่งใดมากกว่ากัน ระหว่างมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวของทำเลใกล้สถานี หรือคุณภาพชีวิตรายวันที่ได้จากการอยู่ใกล้ที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม ในยุคที่การทำงานยืดหยุ่นมากขึ้น การพิจารณาทำเลที่เดินทางสะดวกและมีสภาพคล่องสูงมักจะเป็นการเพลย์เซฟที่ดีกว่าสำหรับการลงทุนในต่างแดน หากคุณต้องการคำแนะนำเจาะลึกรายทำเลหรือต้องการเปรียบเทียบโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ทีมงาน Shinyu Japan พร้อมเป็นที่ปรึกษาและช่วยคุณค้นหาคอนโดที่ลงตัวกับชีวิตคุณมากที่สุด

Shinyu Japan เราคือที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าคุณจะต้องการซื้อ เช่า ฝากขาย หรือบริหารจัดการทรัพย์สิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน สนใจซื้อบ้านหรือคอนโดที่ญี่ปุ่น ติดต่อเราได้ทาง 02-4740271 หรือที่ LINE Official @shinyujapan 

ติดตามข่าวสารแวดวงอสังหาฯในญี่ปุ่น ได้ทาง shinyujapan.com และทางเฟซบุ๊ก อสังหาฯ ญี่ปุ่น by Shinyu