ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การทำงานทางไกล (Remote Work) เติบโตอย่างมาก ทำให้ไลฟ์สไตล์แบบ Digital Nomad ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การ ไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เทรนด์ “Workation” หรือการผสมผสานระหว่างการทำงาน (Work) และการพักผ่อน (Vacation) จึงเข้ามาตอบโจทย์ และญี่ปุ่นก็คือจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคน
ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ผสมผสานการทำงานและการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว ด้วยความปลอดภัยขั้นสูง, ความเป็นระเบียบเรียบร้อย, โครงสร้างพื้นฐานชั้นยอดทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและการคมนาคมที่สะดวกสบาย สภาพแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งวัดวาอารามที่เงียบสงบ ธรรมชาติที่งดงาม และคาเฟ่บรรยากาศดีที่ซ่อนอยู่ตามมุมเมือง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานไปพร้อมๆ กับการได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น การที่ญี่ปุ่นเปิดตัว “วีซ่า Digital Nomad” อย่างเป็นทางการในปี 2024 ก็เปรียบเสมือนสัญญาณต้อนรับอย่างเป็นทางการว่าญี่ปุ่นพร้อมแล้วสำหรับผู้ที่ต้องการมาพำนักระยะยาว
- เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี? เปิดวาร์ปจุดชมซากุระบานสะพรั่ง
- ไปเที่ยวญี่ปุ่น 2 ภูมิภาคยอดฮิต ระหว่าง Kanto กับ Kansai ไปที่ไหนดี?
บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ที่ฝันอยาก “ทดลองใช้ชีวิต” ในญี่ปุ่น 1 เดือนเต็ม ไม่ใช่แค่ในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ในฐานะผู้อยู่อาศัยชั่วคราว
Workation ทั้งที เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี? เลือกเดือนที่ใช่ให้ลงตัวกับงานและไลฟ์สไตล์
นี่คือคำถามสำคัญที่สุด เพราะการเลือกช่วงเวลาสำหรับ Workation นั้นแตกต่างจากการไปเที่ยวระยะสั้น คุณต้องคำนึงถึงสมาธิในการทำงานและค่าครองชีพ ไม่ใช่แค่วันหยุด
-
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)
ข้อดีคืออากาศดีที่สุด ซากุระบานสวยงาม สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ข้อควรระวังคือ นี่คือช่วงพีคที่สุดของนักท่องเที่ยว ค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินจะสูงที่สุด โดยเฉพาะช่วง Golden Week (ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม) ที่คนญี่ปุ่นจะหยุดยาว อาจมีสิ่งรบกวนสมาธิเยอะและหาที่นั่งทำงานเงียบๆ ได้ยาก
-
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม
ข้อดีคือคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ทั้งเทศกาลฤดูร้อน (Matsuri) และเทศกาลดอกไม้ไฟสุดอลังการ แต่ข้อควรระวังคืออากาศที่ร้อนและชื้นมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า อาจทำให้ไม่สบายตัวในการทำงานและเดินทาง รวมถึงช่วงวันหยุดโอบ้ง (Obon) ในเดือนสิงหาคมที่การเดินทางจะหนาแน่น
-
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)
นี่คือช่วงเวลาที่แนะนำที่สุดสำหรับ Workation อากาศเย็นสบาย ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม คนน้อยกว่าช่วงซากุระอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เป็นช่วงที่ลงตัวที่สุดระหว่างการทำงานและการท่องเที่ยวพักผ่อน ข้อควรระวังเล็กน้อยคืออาจเจอพายุไต้ฝุ่นในช่วงเดือนกันยายน แต่หลังจากนั้นอากาศจะดีมาก
-
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
ข้อดีคือค่าครองชีพและที่พักจะถูกลง เหมาะอย่างยิ่งกับการทำงานเงียบๆ ในคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น และสำหรับสายสกี นี่คือสวรรค์ของคุณ แต่ข้อควรระวังคืออากาศที่หนาวเย็นและกลางวันที่สั้น อาจไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความหนาวเย็น

เลือกเมืองไหนดี? เปรียบเทียบเมืองใหญ่ vs เมืองรองสำหรับ Workation
ทีมเมืองใหญ่ (โตเกียว, โอซาก้า): ชีวิตติดสปีด สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
การเลือกเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้ามีข้อดีคือ Co-working Space เยอะมาก ตัวเลือกที่พักหลากหลาย การเดินทางสะดวกสบายขั้นสุด และมีกิจกรรมหรือคอนเนคชั่นทางธุรกิจให้เลือกเข้าร่วมมากมาย แต่ข้อเสียชัดเจนคือค่าครองชีพที่สูงที่สุด และความวุ่นวายของเมืองที่อาจทำให้คุณไม่มีสมาธิในการทำงาน
ทีมเมืองรอง (ฟุกุโอกะ, เกียวโต, ซัปโปโร): Work-Life Balance ที่สมบูรณ์แบบ
เมืองรองอย่างฟุกุโอกะ (เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อง Startup และคุณภาพชีวิตดี), เกียวโต (เมืองแห่งวัฒนธรรม) หรือซัปโปโร (เมืองแห่งธรรมชาติ) มีข้อดีคือค่าครองชีพที่ถูกกว่าอย่างชัดเจน บรรยากาศผ่อนคลาย ได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นลึกซึ้ง และธรรมชาติที่เข้าถึงง่าย แต่ข้อเสียคือ Co-working Space และตัวเลือกที่พักระยะยาวอาจมีน้อยกว่าเมืองใหญ่
ที่พักระยะยาว: เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและสะดวกสบาย
Serviced Apartment คือตัวเลือกที่สะดวกสบายที่สุด มีบริการครบครันเหมือนโรงแรม ทั้งทำความสะอาดและเฟอร์นิเจอร์ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงที่สุด
Monthly Mansion / Apartment เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการอยู่ 1 เดือนเต็ม ที่พักเหล่านี้มักมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานให้ครบ (เช่น เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น, ไมโครเวฟ) ให้คุณใช้ชีวิตได้เหมือนคนท้องถิ่นในราคาที่สมเหตุสมผล
Airbnb / Guesthouse เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน หรือต้องการปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของที่พัก (Host) หรือเพื่อนร่วมพักคนอื่นๆ เพื่อสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆ
เคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบ Pro Digital Nomad ในญี่ปุ่น
การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ การมี Pocket WiFi หรือซิมการ์ดที่มีดาต้าไม่จำกัดคือสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับการทำงานและการเดินทาง
สำหรับการหา Co-working Space แนะนำให้ลองใช้แอปหรือเว็บไซต์อย่าง .Base, WeWork หรือแม้แต่การใช้คาเฟ่เครือข่ายที่มีปลั๊กไฟและ Wi-Fi ฟรี เช่น Starbucks หรือ Doutor Coffee
ด้านการเงิน การใช้บัตร Travel Card (เช่น YouTrip, Revolut) จะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมแลกเงินได้มากเมื่อเทียบกับการใช้บัตรเครดิตหรือกดเงินสด
สุดท้ายคือการสร้างคอนเนคชั่น ลองเข้าร่วมอีเวนต์ในแอป Meetup หรือกลุ่ม Facebook ของชาวต่างชาติ (Expats) ในเมืองนั้นๆ เพื่อหาเพื่อนใหม่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

คำถามที่พบบ่อย
1. หากต้องการ Workation ในญี่ปุ่น 1 เดือน จำเป็นต้องใช้วีซ่า Digital Nomad หรือไม่?
ไม่จำเป็น สำหรับการพำนัก 1 เดือน คนไทยสามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยว (Visa Exemption) 15 วัน และขอขยายเวลา หรือวางแผนเดินทางเข้าออก (ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบในช่วงนั้นๆ) หรือขอวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น (Temporary Visitor) ที่อนุญาตให้อยู่ได้นานกว่า วีซ่า Digital Nomad ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว (สูงสุด 6 เดือน) และมีเงื่อนไขรายได้ที่ค่อนข้างสูง
2. ระหว่าง Pocket WiFi กับ ซิมการ์ดรายเดือน แบบไหนเหมาะกับ Workation มากกว่า?
สำหรับ 1 เดือน Pocket WiFi ให้ความสะดวกสบายและความเสถียรสูง สามารถเชื่อมต่อได้หลายอุปกรณ์ เหมาะกับการทำงานจริงจัง แต่ซิมการ์ดรายเดือน (Data SIM) อาจมีราคาถูกกว่าและสะดวกกว่าในแง่ที่ไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม หากคุณทำงานผ่านโน้ตบุ๊กเป็นหลัก Pocket WiFi อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
3. เมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีค่าครองชีพถูกที่สุดสำหรับ Digital Nomad?
เมืองรองมักจะมีค่าครองชีพถูกกว่าเมืองใหญ่อย่างชัดเจน เมืองอย่าง ฟุกุโอกะ (Fukuoka), ซัปโปโร (Sapporo) หรือเมืองในภูมิภาคคิวชูและชิโกกุ มักเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับ Digital Nomad ที่มองหาความสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตที่ดีและค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล
สรุป
Workation เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการ “ทดลองใช้ชีวิต” จริง เพื่อให้คุณได้คำตอบว่าไลฟ์สไตล์ในญี่ปุ่นนั้นเหมาะกับเราหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่หรือวางแผนย้ายประเทศในอนาคต การวางแผนโดยเริ่มจากการตอบคำถามว่า เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ที่จะสมดุลที่สุด และการเลือกเมืองที่ตรงกับจริตของเรา คือกุญแจสำคัญสู่ประสบการณ์ Workation ที่สมบูรณ์แบบ
หากการอยู่ 1 เดือนทำให้คุณไม่อยากกลับ การมีสินทรัพย์ของตัวเองในญี่ปุ่นอาจเป็นก้าวต่อไปของคุณ Shinyu Japan เราคือที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าคุณจะต้องการซื้อ เช่า ฝากขาย หรือบริหารจัดการทรัพย์สิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน สนใจซื้อบ้านหรือคอนโดที่ญี่ปุ่น ติดต่อเราได้ทาง 02-4740271 หรือที่ LINE Official @shinyujapan
ติดตามข่าวสารแวดวงอสังหาฯในญี่ปุ่น ได้ทาง shinyujapan.com และทางเฟซบุ๊ก อสังหาฯ ญี่ปุ่น by Shinyu

