คุณเคย “ไปเที่ยวญี่ปุ่น” ในช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม แล้วเกิดความคิดแวบหนึ่งขึ้นมาไหมว่า “อยากย้ายมาอยู่ที่นี่จัง” ภาพฝันเหล่านั้นมักสวยงามเสมอเมื่อเรามองผ่านเลนส์ของนักท่องเที่ยว แต่ความเป็นจริงของการตื่นเช้าไปทำงานทุกวันอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากคุณคือคนทำงานสายออฟฟิศที่กำลังคิดจริงจังเรื่องการย้ายประเทศ หรือมองหาช่องทางลงทุน คำถามสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองไม่ใช่แค่จะไปเที่ยวเมื่อไหร่ แต่คือควร “ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดี” ที่จะช่วยให้คุณได้ “ทดลองใช้ชีวิต”
ทำไมการทดลองใช้ชีวิต ต้องไปช่วงที่ไม่น่าเที่ยว?
หากเป้าหมายของคุณคือการเก็บข้อมูลเพื่อการตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน การเลือกไปในช่วงพีคซีซั่นอาจทำให้คุณได้ข้อมูลที่บิดเบือน เพราะสิ่งที่คุณจะเห็นคือเมืองที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงและนักท่องเที่ยว แต่การไปในช่วง Low Season หรือช่วงที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ จะทำให้คุณได้เห็น “คนท้องถิ่น” และมนุษย์เงินเดือนตัวจริง คุณจะได้สัมผัสกับ Pain Point ของการเดินทางไปทำงาน (Commute) ที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่โหดร้าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตในระยะยาว การพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด จะช่วยให้คุณตอบตัวเองได้ชัดเจนว่า คุณรักญี่ปุ่นในแบบที่มัน “เป็น” จริงๆ หรือแค่รักภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว

เดือนที่เหมาะแก่การการทดลองเป็น “ชาวออฟฟิศ” ญี่ปุ่น
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทดสอบความอดทนคือเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นฤดูฝน (Tsuyu) คุณจะได้สัมผัสความเหนียวเหนอะหนะและความยากลำบากในการเดินจากที่พักไปสถานีรถไฟท่ามกลางสายฝน รวมถึงบรรยากาศบนรถไฟที่อัดแน่นไปด้วยความชื้นและร่มเปียกแฉะ หรือหากคุณอยากท้าทายความหนาว เดือนมกราคมหลังปีใหม่คือคำตอบ คุณจะได้สัมผัสการตื่นเช้าในความมืดมิดเพื่อฝ่าลมหนาวไปทำงาน และได้รู้ซึ้งถึงภาระค่าไฟจากระบบทำความร้อน แต่ถ้าคุณคิดว่าทนร้อนได้ เดือนสิงหาคมจะสอนให้คุณรู้จักกับคำว่า “ร้อนนรกแตก” ของจริงที่มาพร้อมความชื้นสูง จนเหงื่อท่วมร่างแม้เดินเพียง 10 นาที ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือชีวิตจริงที่ชาวออฟฟิศญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภารกิจที่ต้องทำในทริป “ทดลองใช้ชีวิต”
เมื่อพาตัวเองไปอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทายแล้ว สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การไปสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการจำลองกิจวัตรประจำวัน เริ่มต้นด้วยการตื่น 7 โมงเช้าเพื่อลองขึ้นรถไฟสายหลักเข้าเมืองในช่วง Rush Hour เพื่อทดสอบว่าคุณรับได้ไหมกับการถูกเบียดเสียดจนแทบหายใจไม่ออก จากนั้นให้ลองไปเดินสำรวจย่านออฟฟิศอย่าง Marunouchi หรือ Umeda ในช่วงพักเที่ยงวันธรรมดา เพื่อดูวิถีชีวิตเร่งรีบของจริง และลองเปลี่ยนที่พักจากโรงแรมมาเป็นอพาร์ตเมนต์รายเดือน หรือเดินสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ตหลัง 2 ทุ่ม เพื่อดูราคาอาหารและของลดราคาที่คนทำงานซื้อกลับบ้าน ภารกิจเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินค่าครองชีพและไลฟ์สไตล์ได้แม่นยำกว่าการอ่านรีวิว

สรุป
คำตอบของคำถามที่ว่า “เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี” สำหรับคนที่อยากย้ายมาใช้ชีวิต จึงไม่ใช่เดือนที่สวยที่สุด แต่เป็นเดือนที่ “ลำบากที่สุด” หากคุณสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้โดยยังรู้สึกดีกับประเทศนี้ แสดงว่าคุณมีความพร้อมทั้งกายและใจสำหรับการเริ่มต้นใหม่ การ “ไปเที่ยวญี่ปุ่น” ครั้งนี้จะเป็นการลงทุนเก็บข้อมูลที่คุ้มค่าที่สุด ช่วยให้คุณตัดสินใจเรื่องการย้ายงานหรือการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น” ได้อย่างมั่นใจ หากคุณผ่านบททดสอบนี้แล้วและต้องการคำปรึกษาสำหรับก้าวต่อไปในญี่ปุ่น Shinyu Japan พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอน
Shinyu Japan เราคือที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าคุณจะต้องการซื้อ เช่า ฝากขาย หรือบริหารจัดการทรัพย์สิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน สนใจซื้อบ้านหรือคอนโดที่ญี่ปุ่น ติดต่อเราได้ทาง 02-4740271 หรือที่ LINE Official @shinyujapan
ติดตามข่าวสารแวดวงอสังหาฯในญี่ปุ่น ได้ทาง shinyujapan.com และทางเฟซบุ๊ก อสังหาฯ ญี่ปุ่น by Shinyu

